วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย โพรไบโอติกส์ไซเดอร์ ดื่มดีได้ประโยชน์จากธรรมชาติ

 น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย ทำจากมะพร้าวน้ำหอม และลิ้นจี่ มีประโยชน์ไม่แพ้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลเลย เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีจุลินทรีย์ตัวดี ช่วยปรับสมดุลให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย


น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย มีคุณประโยชน์ ไม่ต่างจากน้ำส้มสายชูกหมักที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย มีความโดดเด่นในแง่ของการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ขับถ่ายสะดวก ซึ่งเดี๋ยวนี้การดื่มน้ำส้มสายชูกหมักจากผลไม้ ได้รับความนิยมมากขึ้น และ ถือเป็นการช่วยลดการดื่มน้ำอัดลม ชา และ กาแฟได้ แถมได้ประโยชน์ “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) อีกด้วย


น้ำส้มสายชูคืออะไร

การใช้น้ำส้มสายชูนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ใช้เป็นเครื่องปรุงสำคัญของอาหารยุโรป อาหารเอเชีย และตำรับอาหารอื่นๆ มากมาย มีองค์ประกอบหลักคือกรดน้ำส้ม (กรดอะซิติก) โดยจะมีความเข้มข้นของกรดตั้งแต่ 4% ถึง 8% โดยปริมาณ

น้ำส้มสายชูที่มีขายอยู่ตอนนี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆ ตามการผลิตคือ น้ำส้มสายชูหมัก น้ำส้มสายชูกลั่น และน้ำสามสายชูเทียม ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตต่างกัน จึงทำให้ประโยชน์ที่มีอยู่ในน้ำส้มสายชูนั้นต่างกัน สำหรับน้ำส้มสายชูที่ใช้ในการผสมเครื่องดื่ม หรือใช้ทำอาหารเพื่อสุขภาพนั้น จะแนะนำเลือกเป็นน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน

น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้

น้ำส้มสายชูหมัก เกิดจากการหมักผลไม้ น้ำและจุลินทรีย์เข้าด้วยกัน จนแปรสภาพกลายเป็นกรดน้ำส้ม สีของน้ำส้มสายชูหมักจึงเป็นสีน้ำตาล และมีตะกอนตามธรรมชาติ (Mother) ไม่ต้ม ไม่ผ่านความร้อน หรือกรอง (Raw-Unfiltered) จึงทำให้ยังมีจุลินทรีย์มีชีวิต ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ หรือที่เราเรียกว่า “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) นั่นเอง

น้ำส้มสายชูหมักนั้นสามารถทำได้จากผลไม้แทบทุกชนิดที่มีรสหวาน แต่ที่นิยมและพบมาก ทั่วโลก คือ แอปเปิ้ล ซึ่งในปัจจุบันมีการนำผลไม้ไทยๆ อย่าง ลิ้นจี่ น้ำมะพร้าว มาทำน้ำส้มสายชูหมักได้เช่นกันให้กลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แถมมีประโยชน์ และคุณภาพไม่ต่างจากน้ำส้มสายชูหมักที่นำเข้าจากต่างประเทศเลย

ประโยชน์ดีๆ จากน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย

น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ทั้ง มะพร้าวน้ำหอม และ ลิ้นจี่ มีความโดดเด่นในแง่ของการเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย มีวิตามิน แร่ธาตุ และมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ “โพรไบโอติกส์” (Probiotic) อยู่มาก มีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ช่วยในการขับถ่าย ลด ควบคุมปริมาณเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหาร เมื่อระบบย่อยดี ไม่มีของเสียคั่งค้างในลำไส้ จึงทำให้สุขภาพโดยรวมของร่างกายดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายพูดถึงเรื่องคุณประโยชน์ของน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ในแง่ของสุขภาพอีกมากมายหลายด้าน เช่น เรื่องของการมีส่วนช่วยในการลดความดันเลือด ชะลอการตอบสนองของอินซูลิน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยลดน้ำมูก และขับเสมหะ และมีส่วนช่วยในการสลายไขมันในร่างกาย ในหลอดเลือดและตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย อีกทั้งยังมีผลต่อการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งการดื่มน้ำส้มสายชูหมักนั้น จะช่วยทำให้อิ่มเร็วขึ้น และยังลดความอยากอาหารนอกมื้อได้

น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทยกินอย่างไร

การนำน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้มารับประทานนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธี ทั้งเพิ่มรสอาหาร ผสมซอส ผสมน้ำสลัด การนำน้ำส้มสายชูหมักมาผสมเป็นเครื่องดื่มก็เป็นวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม และถือเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ ที่สามารถดื่มได้ทุกวัน และยังมีส่วนช่วยลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลม และน้ำหวานลงได้

วิธีการดื่มแบบง่ายๆ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเข้ากับน้ำผึ้ง หรือน้ำผลไม้ เกลือ และน้ำหรือโซดา เติมน้ำแข็งหน่อย ก็ได้สดชื่นพร้อมประโยชน์ดีๆ แล้ว หรือง่ายกว่านั้น เดี๋ยวนี้เค้าก็มีไซเดอร์พร้อมดื่ม ที่ผลิตจากน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทยจำหน่ายแล้ว ไม่ต้องเตรียมให้ยุ่งยาก แช่เย็นๆ เปิดขวดแล้วพร้อมดื่มได้เลย จะดื่มที่ไหน ดื่มเมื่อไร่ก็สะดวกสุดๆ

“กรีนฮอไรซัน โพรไบโอติกส์ ไซเดอร์” สะดวก ได้ประโยชน์ น้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทยพร้อมดื่ม

กรีนฮอไรซัน โพรไบโอติกส์ ไซเดอร์

ไซเดอร์พร้อมดื่มที่ทำจากน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ไทย ทั้งมะพร้าวน้ำหอม และลิ้นจี่ ผสมเข้ากับน้ำผึ้ง ที่เป็นความหวานจากธรรมชาติ อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ได้ออกมาเป็น ไซเดอร์พร้อมดื่ม RTD ( Ready to Drink Cider ) ที่มีกลิ่นหอม รสชาติหวานอ่อนๆ มีรสเปรี้ยวกำลังดี สดชื่น ได้พลังงาน และประโยชน์ดีๆ จากน้ำส้มสายชูหมักจากมะพร้าวน้ำหอม และลิ้นจี่ มาเติม “โพรไบโอติกส์” ให้กับร่างกายได้ทุกวัน

มั่นใจได้ด้วยระบบการผลิตคุณภาพที่ได้มาตรฐาน จาก กรีนฮอไรซัน ทำให้ได้เครื่องดื่ม “โพรไบโอติกส์ ไซเดอร์” บรรจุขวดพร้อมดื่ม ที่สะอาด ปลอดภัย ปราศจากวัตถุกันเสีย ไม่เจือสี และไม่แต่งกลิ่นสังเคราะห์

กรีนฮอไรซัน โพรไบโอติกส์ ไซเดอร์ มีให้เลือก 2 รสชาติ คือ

กรีนฮอไรซัน น้ำมะพร้าวน้ำหอมไซเดอร์ผสมน้ำผึ้ง ขนาด 100 มล ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากมะพร้าวน้ำหอมจากแหล่งมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ ( อำเภอ อัมพวา จังหวัด สมุทรสงคราม ) ให้พลังงานต่อขวด 40 kcal

กรีนฮอไรซัน ลิ้นจี่ไซเดอร์ผสมน้ำผึ้ง ขนาด 100 มล. ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากลิ้นจี่ หอม กลมกล่อม เปรี้ยว หวานกำลังดี ให้พลังงานต่อขวด 25 kcal เท่านั้นนะ

ใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มดี มีประโยชน์ ที่สามารถดื่มได้ทุกวัน ลองไปตามหา “กรีนฮอไรซัน โพรไบโอติกส์ ไซเดอร์” ทั้งสองรสชาติมาดื่มกันได้

สอบถามรายละเอียด ข้อมูลเพิ่มเติม และติดต่อสั่งซื้อสินค้าได้ที่ เว็บไซต์กรีนฮอไรซัน
หรือ เฟสบุ๊ค GreenHorizonCider

 

 

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

“ฟอยล์ห่ออาหาร” เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน

 


❝ ฟอยล์ห่ออาหาร หรือ อะลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum foil) ❞

ทำจากโลหะอะลูมิเนียม นำมาหลอม และรีดให้เป็นแผ่นบาง เป็นบรรจุภัณฑ์ ที่สามารถรักษาความสดของอาหาร ป้องกันการสูญเสียน้ำ การซึมผ่านของไขมันและน้ำมันได้ดี และยังป้องกันอากาศภายนอก หรือกลิ่นแปลกปลอม เข้าไปสัมผัสกับอาหาร จึงนิยมนำมาใช้ห่ออาหาร เพื่อเก็บไว้ในตู้เย็น ห่ออาหารสำหรับ การไปปิกนิก รวมถึงห่ออาหารเพื่อนำเข้าอบ หรือย่างอีกด้วย

แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ที่ใช้เพื่อบรรจุอาหาร หรือหุ้มห่ออาหาร มี 3 ลักษณะ คือ หนึ่งคือ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ แบบธรรมดา สองคือ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ที่มีการเคลือบด้วยสาร และสามคือ แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ที่มีการเคลือบ หรือประกบกับกระดาษ หรือฟิล์มพลาสติก


ควรใช้ฟอยล์ห่ออาหารด้านไหนห่อหุ้มอาหารกันแน่?


ม้วนอะลูมิเนียมฟอยล์ ม้วนที่ขายในท้องตลาด มักจะมีด้านหนึ่งเป็นลักษณะด้าน และอีกด้านหนึ่งมีลักษณะมันเงา  เพราะคุณสมบัติของแผ่นอะลูมิเนียมทั้งสองด้าน เหมือนกันทุกประการ จะใช้ด้านใดก็ได้ แต่ลักษณะพื้นผิวที่แตกต่างกันนั้น เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต เพราะในการผลิตอะลูมิเนียมฟอยล์ที่มีความหนาน้อยกว่า 0.005 นิ้วนี้ จะใช้แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ 2 แผ่นประกบกัน แล้วเข้าเครื่องรีดพร้อมกัน เพื่อป้องกันการฉีกขาด เมื่อแผ่นฟอยล์ออกมาจากเครื่องรีด ด้านที่สัมผัสกับลูกกลิ้งก็จะมีผิวหน้ามันเงา ในขณะที่ด้านที่ไม่สัมผัสกับลูกกลิ้งมีผิวด้าน นั่นเอง แต่ถ้าเป็นอะลูมิเนียมฟอยล์ชนิด Non-Stick Aluminum Foil ซึ่งจะมีสารเคลือบไว้ที่ผิวด้านหนึ่ง ในการห่ออาหารให้ใช้ด้านที่มีสารเคลือบนั้นอยู่ด้านใน


ในการนำ อะลูมิเนียมฟอยล์ มาห่ออาหารไปผ่านความร้อน แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ อาจเปลี่ยนเป็นสีดำ เนื่องจากไอน้ำที่เกิดขึ้นในการปรุงอาหาร เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ระหว่างออกซิเจน กับอะลูมิเนียม ให้กลายเป็นอะลูมิเนียมออกไซด์ ดังนั้นไม่ต้องตกใจ เพราะสารชนิดนี้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

นอกจากนี้ อะลูมิเนียมฟอยล์ ยังอาจทำปฏิกิริยากับโลหะบางชนิด เช่น โลหะเงิน เหล็ก หรือกับส่วนประกอบในอาหาร เช่น เกลือ น้ำส้มสายชู อาหารที่มีกรดสูง ทำให้แผ่นอะลูมิเนียม เกิดเป็นรูขึ้นมา และ อาจมีเกลืออะลูมิเนียมสีดำ ติดกับตัวอาหารได้ สารสีดำนี้ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจจะทำให้อาหารดูไม่สวยงาม จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้อะลูมิเนียมฟอยล์กับโลหะ และส่วนประกอบอาหารเหล่านี้


ฟอยล์ห่ออาหารหรืออะลูมิเนียมฟอยล์เข้าเตาไมโครเวฟได้หรือไม่
?


 

สำหรับเรื่องการใช้ อะลูมิเนียมฟอยล์ กับเตาไมโครเวฟนั้น ไม่แนะนำให้นำอาหารที่บรรจุอะลูมิเนียมฟอยล์เข้าเตาไมโครเวฟ เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟเมื่อกระทบกับภาชนะโลหะ จะเกิดการสะท้อนกลับหมด ทำให้คลื่นไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ อาหารที่ต้องการปรุงจะไม่สุก และหลอดแมกนีตรอนซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดคลื่นไมโครเวฟ ก็จะเกิดความเสียหายด้วย

อย่างไรก็ตาม เราสามารถใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ชิ้นเล็ก ๆ ห่อหุ้มอาหาร ตรงบริเวณที่มีความหนาน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ เช่น หางปลา ปีกไก่ เพื่อป้องกันการสุกมากเกินไปได้

ข้อแนะนำในการใช้ฟอยล์กับเตาไมโครเวฟ ดังนี้

  • ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ใหม่จากม้วน อย่าใช้ชิ้นที่ใช้แล้ว ซึ่งมีรอยยับย่นมาก เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เกิดประกายไฟได้สูง
  • ใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ปกคลุมไม่เกิน ส่วนของชิ้นอาหาร
  • หุ้มแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ ให้แนบไปกับรูปทรงของอาหาร โดยไม่ให้มีชิ้นส่วนที่ยื่น หรือหักเป็นมุม
  • วางส่วนที่หุ้มอะลูมิเนียมฟอยล์ ให้ห่างจากผนังเตาไมโครเวฟอย่างน้อย 1 นิ้ว
  • ถ้าเห็นมีประกายไฟเกิดขึ้น ให้ดึงอะลูมิเนียมฟอยล์ออกทันที


อลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหาร ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้จริงหรือไม่?

มีความเชื่อต่อ ๆ กันมาว่า การใช้อลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหาร มีส่วนทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากกรมวิทย์ชี้ว่า การที่อลูมิเนียมจะปนเปื้อนกับอาหาร ก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะยังไร้งานวิจัยแน่ชัด เผยผลทดสอบภาชนะอะลูมิเนียมบรรจุอาหาร พบสภาพอุณหภูมิห้อง บรรจุอาหารร้อน ละลายออกมาน้อยมาก แต่ละลายออกมามาก เมื่อสัมผัสสารละลายกรดที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ยืนยันยังใช้อะลูมิเนียมฟอยล์ห่ออาหารได้


 ภาชนะบรรจุอาหาร อุปกรณ์ในการเก็บอาหาร และ ถนอมอาหาร ที่จะทำให้อาหารแสนอร่อยของคุณ อยู่ไปอีกนาน 
ถ้าคุณชอบในการทำอาหาร และมักจะซื้อวัตถุดิบในการทำอาหารมาครั้งละมาก ๆ ให้เก็บได้นาน ๆ ซึ่งในปัจจุบัน การเลือกซื้อภาชนะบรรจุอาหารมีหลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็น กล่องเก็บอาหาร ขวดโหล ถุงซีลสุญญากาศ ถุงใส่อาหาร เครื่องสุญญากาศ เป็นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์เสริม ที่จะช่วยให้เมนูแสนโปรดของคุณ มีอายุนานขึ้น มาเลือกดูสินค้า กับ SGE สิ !! เรามีสินค้าอุปกรณ์ในการจัดเก็บอาหารให้คุณเลือกมากมาย 

ที่มา : SGETHAI

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564

เมนูเห็ดผัดน้ำมันหอย


อาหารไทยเพื่อสุขภาพแสนอร่อย กับ เห็ด ทั้งเห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดชิเมจิ เหนียวนุ่ม ซึ่งเป็นผักที่มีโปรตีนสูง แต่มีน้ำตาลและเกลือต่ำ มาผัดหอม ๆ กับกระเทียม แล้วปรุงรสจนอร่อยกลมกล่อม รับประทานพร้อมข้าวสวยร้อนๆ รับรองว่าเด็ดค่ะ

ส่วนผสม

เห็ดหอมสด            5-6 ดอก

เห็ดฟางผ่าครึ่งดอก               50 กรัม

เห็ดชิเมจิสีขาว      50 กรัม

เห็ดชิเมจิสีน้ำตาล  50 กรัม

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับละเอียด           2 ช้อนชา

ซอสหอยนางรม      2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว  2 ช้อนชา

น้ำตาลทราย          1 ช้อนชา

น้ำเปล่า   1 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมหั่นท่อน    1 ต้น

พริกไทยป่น            1/4 ช้อนชา

 

วิธีทำ

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน นำกระเทียมสับ ลงเจียวพอเหลืองหอม

2. ใส่เห็ดหอมสด เห็ดฟาง เห็ดชิเมจิทั้ง 2 สี ลงผัดพอเข้ากัน

3. ปรุงรสด้วย ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น เติมน้ำเปล่าผัดให้เข้ากันโรยต้นหอมยกลงตักใส่จานจัดเสิร์ฟ

 

ที่มา : แม่บ้าน

วิธีทำ “ขนมกล้วย” “ขนมมันม่วง” “ขนมฟักทอง” เมนูขนมไทย ทำง่ายขายคล่อง!

 


แจกสูตร “ขนมกล้วย” “ขนมมันม่วง” และ “ขนมฟักทอง” เมนูขนมไทยหลากหลายสีที่ทำง่ายสุด ๆ ไม่ว่าใครก็ทำได้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูสูตรพร้อมวิธีทำกันเลย!

ใครชอบกินเมนูขนมไทยมาทางนี้เลยจ้า เพราะวันนี้เราจัดหนักจัดเต็ม แจกสูตรกันไปเลย 3 สูตร! “ขนมกล้วย” “ขนมมันม่วง” และ “ขนมฟักทอง” เพียงแค่เปลี่ยนวัตถุดิบก็ได้สีใหม่รสชาติใหม่แล้ว! เพราะฉะนั้นใครพร้อมจะลุยแล้ว ก็ตามเข้าครัวมาจดสูตรขนมกล้วย ขนมมันม่วง และขนมฟักทองกันเลย!

 


วัตถุดิบขนมกล้วย

กล้วยน้ำว้า 8 ลูก

แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วยตวง

แป้งมัน ¾ ถ้วยตวง

น้ำตาล 3 ถ้วยตวง

หัวกะทิ 1½ ถ้วยตวง

เกลือป่น ½ ช้อนชา

เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง

 

วัตถุดิบขนมมันม่วง

มันม่วงนึ่ง 150 กรัม

แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วยตวง

แป้งมัน ¾ ถ้วยตวง

น้ำตาล 3 ถ้วยตวง

หัวกะทิ 1½ ถ้วยตวง

เกลือป่น ½ ช้อนชา

เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง

 

วัตถุดิบขนมฟักทอง

ฟักทองนึ่ง 150 กรัม

แป้งข้าวเจ้า 3 ถ้วยตวง

แป้งมัน ¾ ถ้วยตวง

น้ำตาล 3 ถ้วยตวง

หัวกะทิ 1½ ถ้วยตวง

เกลือป่น ½ ช้อนชา

เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง

 

วิธีทำขนมกล้วย, ขนมฟักทอง, ขนมมันม่วง

STEP 1 : ผสมแป้ง

ผสมแป้งข้าวเจ้า และแป้งมันเข้าด้วยกัน แล้วแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน

นำกล้วยน้ำว้า มันม่วงนึ่ง และฟักทองนึ่ง มาบดให้ละเอียด แล้วตักใส่ชามแป้งที่แบ่งเตรียมไว้ทั้งสามถ้วย

เทเกลือลงคลุกกับมะพร้าวขูดให้เข้ากัน

ใส่น้ำตาล หัวกะทิ และมะพร้าวขูดลงในชามผสมทั้งสามชามเท่า ๆ กัน แล้วนวดผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

 

STEP 2 : นึ่งขนม

ตักส่วนผสมขนมทั้งสามตัวลงใส่ถ้วยตะไล แล้วตกแต่งหน้าให้สวยงามด้วย กล้วยน้ำว้า มันม่วง ฟักทอง และมะพร้าวขูด นึ่งในลังถึงเป็นเวลา 15 นาที เมื่อครบเวลานำขึ้น พร้อมรับประทาน! 

 ที่มา : wongnai